รีวิวหนัง Bloodshot จักรกลเลือดดุ

bloodshot

Bloodshot เป็นหนังเรื่องใหม่จากทางผู้กำกับDave Wilsonผู้ที่เคยสร้างผลงานยอดเยี่ยมในการกำกับตอนหนึ่งของซีรีส์ Love, Death & Robots ทาง Netflix มาแล้ว และเขาจะปลุกปั้นหนังฮีโร่จักรวาลใหม่ของค่าย Sony ที่ตอนนี้มีข่าวมาว่าค่าย Sony เตรียมจะสร้างภาพยนตร์ฮีโร่ประเภท Anti-Hero

ที่มาจาก Valiant Comic ที่ยอดขายถล่มทลายดังนั้น Sony เลยรีบจับ Bloodshot มาเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในการเปิดจักรวาล โดยมีการดึงตัวนักแสดงคิวบู๊ระดับตำนานอย่าง Vin diesel มาแสดงนำด้วย ส่วนภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนังฟอร์มใหญ่ของ Sony ที่จัดว่าใช้ทุนไม่เยอะมากถ้าเทียบกับหนังฮีโร่ค่ายอื่นๆ เหมือนตั้งใจผลิตมาลองเชิงตลาดดูว่าควรไปต่อหรือไม่ในจักรวาลนี้

สำหรับเรื่อง Bloodshot เป็นหนังที่เกี่ยวกับนายทหารนายหนึ่งเขาได้รับภารกิจบางอย่างมา โดยแต่เดิมทีเขาเป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไปที่ได้รับการปลูกถ่ายNanites ซึ่งเป็นจักรกลขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกายส่งผลทำให้ร่างกายของเขารวดเร็วขึ้น แข็งแกร่งขึ้นและสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ไวมาก แต่แล้วเขากลับพบว่าเริ่มมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับความทรงจำขึ้นมามันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นอาวุธสังหารก็เลยเป็นเหตุทำให้เขาต้องออกค้นหาความจริงว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเขา

ความทรงจำต่างๆที่เริ่มบิดเบือนไปของเขากันแน่ อีกทั้งยังถูกองค์กรซ้ำเติมความรู้สึกที่แย่มากๆด้วยการป้อนความทรงจำเกี่ยวกับเป้าหมายของบางสิ่งที่ทำให้เกิดความต้องการฆ่าพร้อมการปรุงแต่งเรื่องราวลงไปในหัวของนายทหารคนนี้ ดังนั้นเขาจึงหาทางออกมาทวงแค้นอย่างบู๊สนั่น ส่วนเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไรหรือจบแบบไหนก็คงต้องไปติดตามชมกันเอาเอง

ในส่วนของการให้อารมณ์หนังในเรื่อง Bloodshot ต้องบอกว่าเป็นหนังที่ไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนอะไร ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงที่ดูแล้วค่อนข้างจะตรงเกินไป อยากแนะนำคนที่ตั้งใจจะดูเรื่องนี้ก่อนว่าไม่ควรคาดหวังอะไรมากเพราะอย่างที่บอกว่าเป็นหนังของ Sony ที่กำลังนำมาลองเชิงตลาดด้วยทุนต่ำ ดังนั้นจึงเป็นหนังแอคชั่นที่ไม่มีเซอร์ไพร์สอะไร ไม่มีการฉีกเนื้อเรื่องหรือรายละเอียดหนัง ส่วนตัวละครหลักที่ได้นักแสดงมือหนึ่งอย่าง Vin Diesel ในจุดนี้ต้องยกความดีงามให้กับฝีมือการรับบทฮีโร่ตัวนี้จริงๆ

ด้วยการถ่ายทอดอารมณ์และคิวบู๊ที่แสดงได้สะใจผู้ชมจนถึงที่สุด ผสมผสานกับภาพกราฟิก CG อลังการ ในซีนแอคชั่นต้องยกคะแนนให้สองจุดนี้เป็นข้อดีของหนังเลย แต่ทั้งนี้แม้จะแสดงผสมกับCGอลังการขนาดไหนก็ไม่ได้ทำให้คอหนังรู้สึกว้าวหรือตื่นตาตื่นใจไปกับการดำเนินเรื่องเลย เรียกได้ว่าให้อารมณ์แบบหนังฮีโร่แอคชั่นในยุคก่อนๆมากกว่าที่เราจะรู้ทิศทางของหนังได้จากทีเซอร์แทบจะทุกจุดแล้ว

และก็ให้ความรู้สึกประมาณว่าเรารู้ได้เลยว่าตัวละครไหนจะอยู่หรือจะไปจะจบยังไง ดังนั้นอาจต้องให้โอกาสทาง Sony อีกสักหน่อยว่าถ้ากล้าทำหนังเรื่องถัดไปในจักรวาลฮีโร่ของตัวเองอีก คงมีอะไรให้แก้ไขเพิ่มเติมเยอะมาก สุดท้ายนี้เหล่านักวิจารณ์หนังค่ายใหญ่ของต่างประเทศก็ให้คะแนนรีวิวหนังเรื่อง Bloodshot ไว้ค่อนข้างต่ำและดูเป็นที่น่าผิดหวังของเหล่าคอหนังมากๆ